[Japan] Special: นิทรรศการ ONE PIECE!!!!

posted on 24 Mar 2012 14:19 by simpskwan in MangaMania directory Cartoon

ตอนแรกกะไว้ว่าครั้งต่อไปจะอัพเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวอีก แต่วันนี้ต้องขอเอาเอนทรี่เฉพาะกิจมาลงแทรกก่อนครับ เนื่องจากเมื่อวานได้มีโอกาสไปชมงานนิทรรศการ One Piece -Ten ที่รปปงงิมา (ใครที่อ่านบล็อกผมมาตั้งแต่สมัยแรกๆ น่าจะพอรู้ว่าจขบ. บ้าการ์ตูนเรื่องนี้มากกกกกกก) ตอนนี้ความประทับใจยังสดๆ ร้อนๆ ในหัวอยู่ เลยอยากจะรีบบันทึกลงบล็อกไว้ก่อนจะลืม Cry

 

หมายเหตุ: เอนทรี่นี้เต็มไปด้วยการบ่นเวิ่นเว้อและเพ้อบ้าๆ บอๆ ตามประสาแฟนบอย One Piece ของจขบ. ใครที่ไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ หรือไม่เข้าใจความสนุกของมัน อาจจะอ่านไม่รู้เรื่องไปบ้าง ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ไว้เอนทรี่ต่อไปจะกลับมาอัพแบบที่คนปกติอ่านรู้เรื่องครับ Kiss

 

 

 

งานนิทรรศการที่ว่า มีชื่อว่า One Piece - Ten (เท็น ตัวนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่างาน exhibition) จัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 15 ปีของการ์ตูนเรื่องนี้ (ซึ่งตีพิมพ์รายสัปดาห์มากว่าทศวรรษ และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆ) โดยจัดที่ Mori Art Museum ในตึก Roppongi Hills ที่ใจกลางย่านรปปงงิ หลักๆ ก็เพื่อชาบูๆ ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของการ์ตูนเรื่องนี้ และให้แฟนๆ ได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของ อ.เออิจิโระ โอดะ คนเขียนที่ทุ่มชีวิตกับการ์ตูนเรื่องเดียวมาสิบกว่าปีด้วย

 

พูดถึงความดังของการ์ตูนเรื่องนี้ในญี่ปุ่นแล้ว ต้องบอกว่า One Piece เกินระดับ "ความดัง" แบบปกติไปเยอะแล้วครับ ยอดตีพิมพ์รวมปาเข้าไปกว่าสองร้อยล้านเล่ม (และเล่มใหม่ที่ออกมาทุกสองสามเดือน ก็ยังขายดีทุบสถิติเล่มก่อนหน้าไปได้เรื่อยๆ) ตั้งแต่ผมอยู่ที่นี่มา ก็เห็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้มีขายทุกที่ ตั้งแต่เซเว่น ร้านเครื่องไฟฟ้า ยันร้านขายเครื่องกีฬา เรียกได้ว่าจะไปซื้ออะไรที่ไหนก็มีโอกาสเห็นหน้าลูฟี่หรือช็อปเปอร์อยู่บนสินค้าแน่ๆ

พวกตุ๊กตา ฟิกเกอร์ ขนม พวงกุญแจ เสื้อผ้า นี่เบสิคอยู่แล้ว ตอนนี้มีกระทั่ง เครื่องคิดเลขวันพีซ แกงกะหรี่วันพีซ ไล่ไปจนถึงกระดาษทิชชู่ Foot in mouth เผลอๆ วันพีซ อาจจะเป็นชื่อการ์ตูนที่เด็กทั้งประเทศรู้จัก ระดับเดียวกับดราก้อนบอล & โดราเอมอนไปแล้วก็ได้

 

ในเมื่อการ์ตูนมันดังซะขนาดนี้ แน่นอนว่านิทรรศการจะจัดแบบธรรมดาๆ ไม่ได้ สถานที่ก็เช่าที่กลางรปปงงิ (ย่านคนรวยที่ค่าสถานที่น่าจะแพงสุดๆ ของโตเกียว) แล้วก็ไม่ใช่ว่าไปซื้อตั๋วหน้างานได้นะครับ แต่ต้องจองทางอินเตอร์เน็ท ไม่ก็ซื้อตั๋วจากเครื่องขายที่เซเว่นล่วงหน้าไว้ก่อน (ค่าเข้า 1800 เยน ก็ไม่ใช่ถูกๆ ด้วย แต่เอาวะ เพื่อวันพีซ) Cry

ตั๋วเข้างานที่ซื้อจากเซเว่น & ที่ห้อยมือถือผมเอง

นิทรรศการนี้จัดตั้งแต่ 20 มีนาคมถึง 6 มิถุนายน กำหนดรอบเข้าชมไว้วันละหกรอบ (ตอนจองตั๋วต้องเลือกเลยว่าจะเอารอบกี่โมง เปลี่ยนไม่ได้ด้วย) และจำกัดจำนวนผู้เข้าชมแต่ละรอบไว้ด้วย โชคดีที่ผมได้ยินข่าวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เลยดิ่งไปจองไว้ก่อน (แต่ก็ยังแอบระแวง เอาตั๋วมาดูแล้วดูอีกบ่อยๆ กลัวอ่านวันผิดครับ 55)

 

สถานี Roppongi

ผมจองตั๋วไว้รอบหกโมง เพื่อความปลอดภัยและเผื่อเวลากินข้าว เลยมาถึงสถานที่ล่วงหน้าก่อนประมาณเกือบๆ ชั่วโมง ในสถานีรปปงงิก็จะเห็นพวกโปสเตอร์วันพีซแปะเต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็นโฆษณาเกม Kaizoku Musou ที่เพิ่งวางตลาดไป

 

"เพราะว่าเรางดงามยังไงล่ะ!!"

สองสาว

 

โปสเตอร์หลักของงานนี่ อ.โอดะเจียดเวลาวาดรายสัปดาห์มาวาดใหม่ให้เป็นพิเศษครับ แถมในงานยังมีภาพวาดเฉพาะกิจแบบนี้อีกสองสามรูปด้วย

ออกจากสถานีมาก็ถึงหน้าตึก Roppongi Hills ที่จัดงานของเราเลย ไอ้ฝนนี่ก็ตกได้ตกดีทั้งวัน สมกับเป็นประเทศเกาะกลางทะเลดีแท้ (ตอนแรกกะไว้ว่า ถ้าอากาศดีอาจจะหาทางขึ้นไปถ่ายรูปหอชมวิวก่อนเข้างานซะหน่อย แต่เพราะอากาศไม่เป็นใจเลยต้องเป็นอันล้มเลิกไป

 

หน้าตึกรปปงงิฮิลส์มีรูปปั้นแมงมุมยักษ์อยู่ด้วย ตัวนี้ชื่อว่า Maman ครับ เป็นผลงานของศิลปินลูกครึ่งฝรั่งเศส-อเมริกา ชื่อว่า Louise Bourgeois ที่สร้างรูปปั้นหน้าตาแบบนี้เพื่ออุทิศให้แม่ตัวเอง (เพราะแม่ทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เหมือนแมงมุมที่ถักใย) พอเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นว่าในท้องมันมีไข่ตัวเล็กๆ ใส่ไว้ด้วย สยองงงงงงง

 

เดินเข้าไปชมในตึกซะหน่อย สมกับที่เป็นย่านสุดหรูของโตเกียวครับ ทั้งโครงสร้างหน้าตาข้างในตึกนี่ล้ำมาก มีร้านขายของกับร้านอาหารอยู่ประมาณนึง แน่นอนว่าราคาแพงหูฉี่

ออกมาเดินดูรอบๆ ก็ไปเจอร้านอาหารจีน/ฮ่องกงตรงหน้าตึกพอดี ราคาจัดว่าโอเคไม่ต่างจากร้านแถวหอเท่าไหร่ เลยจัดหมี่กรอบราดหน้าเป็นมื้อเย็นไปจานนึง

 

ของหวานอันนี้แปลกดีครับ นึกว่าเป็นเค้กแต่พอกัดไปปุ๊บ มันคือซาลาเปาไส้ครีมโฉมใหม่ดีๆ นี่เอง แป้งก็ซาลาเปา ครีมเหลืองๆ นั่นก็ไส้ซาลาเปาชัดๆ 

และแล้วถึงเวลาหกโมง ได้ฤกษ์เข้างานกันแล้วครับ ตื่นเต้นๆ

 

ตัวงานจัดใน Mori Arts Center Gallery ซึ่งอยู่ที่ชั้น 52 ของตึก วิธีเข้าพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ต้องเข้าไปในตัวตึกครับ เพราะเขามีทางเข้าแยก เป็นโดมกระจกอยู่ข้างๆ ตึก

 

พอเข้าไปในโดมแล้ว จะมีบันไดวนขึ้นไป พอขึ้นไปสุดก็มีสะพานเชื่อมกับตัวตึก ระหว่างทางมีป้าย One Piece บอกทางตลอด

 

เข้ามาก็จะพบกับเคาน์เตอร์ขายตั๋ว เอาตั๋วที่ซื้อมาจากเซเว่นไปให้พนักงานฉีกก็เรียบร้อย จากนั้นจะได้รับตั๋วมาอีกใบสำหรับใช้เข้างานจริง

 

ภาพแผนที่งาน

 

มาถึงลิฟท์ที่จะใช้ขึ้นไปชั้น 52 กันแล้วครับ ตื่นเต้นนนนนนนน ฮว้ากกกกกกกกกก Undecided

 

พอขึ้นมาถึงข้างบน อย่างแรกที่เห็นเลยก็คือเสากระโดงและใบเรือ Thousand Sunny ใหญ่โตอลังการมากมาย ด้านหลังเป็นหน้าต่างใหญ๋ๆ ให้ชมวิวได้ด้วย เสียดายที่อีตาพนักงานมาไล่ต้อนให้เดินเรียงแถวเข้างานไปก่อน ไม่งั้นกะจะเดินวนแถวนี้นานๆ ซะหน่อย

 

ตรงนี้เรียกว่า ห้อง "Romance Dawn"

ภาพนี้ผมก็อปมาจากเว็บข่าวครับ เพราะตรงนี้เค้าไม่ให้ถ่าย เสียดายมากมาย (ต่อจากนี้ ภาพไหนไม่มีเครดิตในภาพ คือภาพที่ผมเอามาจากพวกเว็บรายงานข่าวนะ)

จากนี้ไป จะเข้าสู่ห้องโชว์ของจริงกันละ ในแกลเลอรี่เขาห้ามถ่ายรูปครับ ตอนผมจะถ่ายเลยต้องถ่ายเวลาเรียงแถวอยู่นอกห้อง แล้วซูมๆ เข้าไปแทน (พนักงานก็จ้องๆ อยู่เหมือนกัน เลยต้องรีบๆ ถ่ายแล้วเก็บกล้องก่อนจะโดนเตือน) Foot in mouth 

ดังนั้นจากนี้ไปภาพที่ได้มาจะเบลอๆ เอียงๆ หน่อยนะครับ เพราะส่วนใหญ่จะหยิบกล้องมาถ่ายระหว่างที่โดนพนักงานต้อนออกจากโซนนั้นๆ ไปแล้ว ส่วนภาพที่ชัดๆ นี่คือภาพที่ก็อปเขามา

 

ห้องแรกคือห้องรวมค่าหัวครับ ในห้องจะแต่งเป็นกำแพงอิฐแล้วก็มีโปสเตอร์ค่าหัวของบรรดาโจรสลัดในเรื่องติดอยู่ทั่วห้อง ให้สำรวจดูกันได้ตามใจชอบ ส่วนใหญ่ก็เป็นค่าหัวที่รู้กันหมดแล้วนั่นแหละ ส่วนพวกตัวละครที่ทุกคนอยากรู้ อย่างแชงคูส บิ๊กมัม หนวดขาว ก็จะมีเหตุให้โปสเตอร์ขาด ไม่ก็โดนโปสเตอร์คนอื่นบังตรงค่าหัวไว้พอดี แฟนๆ ก็เลยต้องเดากันต่อไป (หรืออ. โอดะแกยังไม่ได้คิดก็ไม่รู้)

หนึ่งในข้อมูล exclusive ที่เปิดเผยในงานนี้ คือค่าหัวของเอส 550 ล้านเบรีครับ เป็นค่าหัวที่สูงที่สุดเท่าที่เปิดเผยในเรื่องตอนนี้ ทีนี้เหล่าแฟนด้อมจะได้เลิกเถียงกันซะที Cry

ตัวละครมีแทบทุกตัวในเรื่องที่มีค่าหัวครับ พวกตัวที่ออกมาล่าสุดอย่างเพคอมส์ก็ยังมี (แน่นอนว่าค่าหัวลอว์ฉบับอัพเดทล่าสุดก็มีเหมือนกัน)

 

ที่น่าสนใจคือโปสเตอร์บางใบจะมีตรงสีแดงๆ ประทับไว้ครับ ตัวละครที่ตายแล้วจะปั๊มว่า Deceased (เสียชีวิต) ตัวที่กลายเป็น 7 เทพ ย้ายข้างมาทำงานให้รัฐบาล จะปั๊มว่า Case Closed (ปิดคดี) ตัวไหนที่ถูกจับใช้คำว่า Captured และของจินเบ เป็นคนเดียวที่ถูกปั๊มว่า Under review (กำลังพิจารณา) แปลว่าค่าหัว 2 ปีให้หลังของจินเบ คงมีเปิดเผยในเนื้อเรื่องหลักในอนาคตเป็นแน่

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือโปสเตอร์ประกาศจับของ Mr.2 ซึ่งในการ์ตูนชะตากรรมยังคลุมเครืออยู่ (แต่ในเรื่องเหมือนจะแอบสื่อว่าตายแล้ว) แต่บนโปสเตอร์มีตราประทับว่า Captured ไม่ใช่ Deceased ครับ ก็พอจะเดาได้แหละว่าเราจะได้เห็นเขาคนนี้กลับมาแน่

  

โซนต่อมาเป็นไฮไลท์นึงของงานเลยครับ เขาเรียกว่าเป็น 冒険パノラマシアター (Adventure Panorama Theatre)  ซึ่งก็คือโรงหนังที่มีหนังสั้นให้ดูกันนั่นแหละ

ตอนแรกนึกว่าจะมีแว่นสามมิติให้ แต่จริงๆ ไม่มีครับ ข้างในโรงจะมีจอหนังแบบโค้งๆ เป็นครึ่งวงกลมอยู่ ดังนั้นตอนฉายก็จะได้อารมณ์แบบสามมิตินิดๆ

หนังเปิดฉากมาเป็นภาพจากหนังสือการ์ตูน แบบขาวดำอย่างที่เราๆ คุ้นเคยกัน จากนั้นภาพจะเริ่มขยับทีละช่องๆ ทั้งตัวละคร คลื่น เมฆ นก จะดูมีชีวิตขึ้นมาหมด ไม่ได้เป็นสไตล์อนิเมะแบบที่ฉายทีวีนะ แต่เป็นลายเส้นขาวดำของ อ.โ