[Rant] เมื่อผมเรียนจบพร้อมกับพ่อมดแว่น
posted on 03 Jul 2011 15:51 by simpskwan in RandomRant directory Idea
เวลานี่ผ่านไปเร็วจริงๆ นะครับ บัดนี้ก็ 4 เดือนกว่าแล้ว นับตั้งแต่บล็อกนี้เริ่มเขียนมา รวมๆ แล้วก็ยี่สิบกว่าเอ็นทรี่เลยทีเดียว 
ซึ่งวันนี้ผมมานั่งดูๆ ไป ก็ได้พบว่า เกือบทุกเอ็นทรี่นั้นมีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือแต่ละอันมันช่างยาวยานยืดเยื้อเสียนี่กระไร!! เอ็นทรี่วิจารณ์ก็พิมพ์มันซะเวิ่น เอ็นทรี่ท่องเที่ยวก็มีรูปเรียงกันเป็นตับ ซึ่งก็คงทำคอมคนอ่านอืดไปบ้างไม่มากก็น้อย (ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ด้วยครับ หุหุหุหุ) 
แต่ก็อย่างที่คนสมัยก่อน (?) ท่านกล่าวไว้ครับว่า คนเรานั้นมีครั้งแรกสำหรับทุกอย่าง และแล้ววันนี้อยู่ดีๆ จขบ. ก็เกิดอยากอัพบล็อกแบบสั้นๆ ขึ้นมาซะงั้น!! (หรือที่เขาเรียกกันว่า อัพเลว นั่นแหละ) ก็อย่างที่บอกว่าจะอัพสั้นๆ แต่ทำไมมันเวิ่นเว้อมา 2 ย่อหน้าแล้วล่ะเนี่ย
เอาเป็นว่าเข้าเรื่องเลยดีกว่า

จขบ. รู้จักพ่อมดแว่นคนนี้ มาตั้งแต่ตอนอยู่ ป.6 สมัยนั้นหนังสือที่อ่านมีอยู่ไม่กี่ประเภท คือหนังสือเรียน กับการ์ตูน และนิยายแฟนตาซีสั้นๆ ของ สนพ. ผีเสื้อ
จนวันนึง พ่อผมเอานิยายเล่มนึง บนปกมีไอ้เด็กแว่นหน้าเอ๋อๆ ปากหวอๆ ยืดมือทำท่าประหลาดๆ อยู่บนไม้กวาด พร้อมทั้งบอกว่านิยายเล่มนี้นี่แหละ “ขายดีที่สุดในโลก!!”
ปกเล่มแรกมันไม่ดึงดูดสายตาเลยจริงจริ๊งง เคราเมอร์ลินเป็นพยานเถอะ!!
ถามว่าสนใจมั้ย?? ตอนแรกก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ (เพราะไอ้หน้าเอ๋อๆ ของพระเอกบนปกนี่แหละ) แต่ดีกรี “ที่สุดในโลก” มันก็เย้ายวนชวนให้อยากลองอยู่เหมือนกัน จนในที่สุดก็เปิดอ่านไปจนได้

ผลก็รู้ๆ กันอยู่ ตั้งแต่วันนั้น พ่อมดแว่นอายุ 11 ขวบ (เท่ากับผมตอนนั้นเป๊ะ) ก็กลายมาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่ง ที่ช่วยเปิดโลกให้ผมได้รู้จักคำศัพท์ ตำนานฝรั่ง ช่วยให้ข้อคิดแรงบันดาลใจมากมายเกินจะนับ แถมยังช่วยเป็นครูติวคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่เก่งกว่าโรงเรียนกวดวิชาแถวสยามเป็นไหนๆ
พวกเราสนิทกันตั้งแต่วันที่น้องเขายังเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสา ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง
จนถึงวันที่เขาเข้าวัยต่อต้าน ทำตัวเกรียนกับชาวบ้านไปวันๆ
ผ่านช่วงยากลำบาก ที่เขาอ่อนไหวกับสายตาคนรอบข้าง เริ่มตั้งคำถามกับกฎเกณฑ์และสังคม
จนถึงวันที่เขากลายเป็นผู้ใหญ่ที่สุขุม เสียสละ เข้าใจชีวิตและเอาชนะอคติในใจตัวเองได้
พวกเราเคยร่ำลากันไปแล้วรอบนึงเมื่อสี่ปีก่อน คราวที่พ่อมดแว่นจบการศึกษาในโลกวรรณกรรม ส่วนผมก็จบระดับมัธยม ด้วยอายุ 17 เท่ากัน (อีกแล้ว)
จนกระทั่งเมื่อคืนก่อน ผมไปเจอคลิปนี้เข้า จึงนึกได้ว่า หนึ่งอาทิตย์หลังผมรับปริญญา พ่อมดแว่นคนนี้ก็จะจบการศึกษาบนแผ่นฟิล์มแล้วสินะ
น่าใจหายเหมือนกันนะครับ เวลาอะไรที่ผุกพันกับเรามานานๆ ต้องมาจากกันไป เหล่าทีมงานในคลิปรู้สึกยังไง บรรดาเพื่อนร่วมรุ่นทั้งหลายของพ่อมดแว่นอย่างเราๆ ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน 
แต่ก็นะ เหมือนที่เรื่องราวของพ่อมดคนนี้ได้ให้ข้อคิดไว้ครับว่า การที่คนเราจะเติบโต ก้าวพ้นผ่านช่วงหนึ่งของวัยนั้น ก็ย่อมแลกด้วยการสูญเสียอะไรบางอย่าง ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปอย่างช่วยไม่ได้

ถ้าอนาคตพี่ยุ่นจะซื้อลิขสิทธิ์ไปทำอนิเมะ ผมขอลายเส้นแบบนี้นะ

จะว่าไป ชีวิตคนเรานี่ก็เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เนาะครับ ดูอย่างบล็อกผมสิ อยู่ดีๆ ทีก็มีเอ็นทรี่สั้นๆ กับเขาได้ (เกี่ยวมั้ย!??)
เจ้าพ่อมดแว่น เมื่อแรกเรารู้จักกันก็เป็นหนังสือเล่มหนาๆ ตีหัวหมาตายได้ อีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็น e-book ให้โหลดกันซะแล้ว
เพื่อนฝูงหลายๆ คนที่ได้รู้จักกับพ่อมดแว่นด้วยกัน สมัยที่ยังเป็นเด็กม. ต้นหัวเกรียนๆ เผลอแป๊บเดียวก็กำลังจะออกไปสู่โลกของผู้ใหญ่พร้อมๆ กันแล้ว อย่างที่บอกตอนต้นแหละ ว่าเวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ
สุดท้าย พอมานึกได้ว่า ผมจะเป็นรุ่นที่ได้จบการศึกษา (ทั้งมัธยมและมหาลัย) พร้อมๆ กับพ่อมดแว่นผู้โด่งดังเนี่ย ก็รู้สึกเป็นเกียรตินิดๆ อย่างบอกไม่ถูกเลยแฮะ 

ตามกระแสหน่อย: เนื่องจากการเลือกตั้งเพิ่งผ่านพ้นไป ขอเอาคำสอนของท่านศจ. อัลบัส ดัมเบิลดอร์ มาแปะหน่อยละกัน
It is a curious thing, Harry, but perhaps those who are best suited to power are those who have never sought it. Those who, like you, have leadership thrust upon them, and take up the mantle because they must, and find to their own surprise that they wear it well. ~J.K. Rowling, Harry Potter and the Deathly Hallows, 2007
“น่าประหลาดนะ แฮร์รี่ แต่บางทีคนที่สมควรจะมีอำนาจมากที่สุด ก็คือคนที่ไม่เคยไขว่คว้าหาอำนาจเลยนั่นแหละ คนที่เหมือนเธอ ที่ถูกยัดเยียดตำแหน่งผู้นำ จนต้องมากุมบังเหียนด้วยความจำเป็น แล้วก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าตัวเองทำหน้าที่ได้ดีเลยทีเดียว”
(จขบ. ยอมรับผลการเลือกตั้งเสมอ และไม่เคยคิดจะเสียดสีใครนะเธอว์ แต่ชอบบทพูดนี้เลยขออัญเชิญมาหน่อยแค่นั้นแหละ) 
ปล. อยากเขียนเกี่ยวกับพ่อมดแว่นอีกซักเอ็นทรี่แฮะ แต่คิดไม่ออกว่าจะเขียนไรดี
ปล2. แล้วตกลงเอ็นทรี่นี้มันสั้นตรงไหนฟระ!!!!!



(ถ้าจขบ.ยังพอจะจำได้นะ ฮา~)
คนที่ตั้งใจเข้ามา(โกง) บางครั้งก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ห่วยกว่าคนที่ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาในวงการนี้ซะอีก
อยากแนะนำให้ดูซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง CHANGE นายกมือใหม่หัวใจประชาชนจัง มันสะท้อนสภาวะการเมืองไทยได้อย่างชัดเจนสุดๆ
#1 By เสียงคำรนจากแมวสถ่อย on 2011-07-04 20:29