ความเดิมตอนที่แล้ว: คลิก Ch.1, Ch.2, Ch.3, Ch.4, Ch.5, Ch.6, Ch.7

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------

  
ประกาศ: บัดนี้บล็อกของข้าพเจ้าได้มีการเปลี่ยน theme แล้ว!! ดังนั้นจึงขอให้พวกเธอทุกคนร่วมอำลาคุณลูฟี่ออกจากการเป็นนายแบบหัวบล็อก และกด F5 เพื่อดูบล็อกโฉมใหม่ ที่เต็มไปด้วยหน้า จขบ. กันโดยพลัน!! Embarassed

หัวบล็อกแบบใหม่นี้ (ซึ่ง จขบ. ลงทุนเป็นนายแบบด้วยตัวเอง) เป็นผลงานของเพื่อน จขบ.  ว่าที่ Graphic Designer อนาคตไกลนามว่าคุณ wattanasak [ http://wattanasak.deviantart.com/  ซึ่งรับทำงานนี้หลังการไหว้วานและกดดันอย่างต่อเนื่องของ จขบ.เอง!! เอาเป็นว่าใครที่มี account ใน deviantart ก็ไปทำความรู้จักกับเขาคนนี้ได้นะครับ Cry

 
ส่วนตัวประหลาด การ์ตูนที่เห็นอยู่เต็มบล็อกนี้ เป็นตัวแทนของตัว จขบ.เอง  ซึ่งสร้างสรรค์โดยเพื่อนผมเช่นกัน  ใครที่อยากลองสร้างตัวละครสไตล์ Simpsons แบบนี้ดูบ้าง (มีด้วยรึ?) Foot in mouth เชิญได้ที่เว็บนี้ครับ: http://www.simpsonsmovie.com/ (คลิกตรง Create your Simpsons Avatar ด้านบนจอ)

 

 --------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

จบการประกาศแล้วก็กลับมาทัวร์ต่อกันเถอะ  Surprised

เมื่อตอนที่แล้ว ตัดจบไว้ตรงที่พวกเรามาถึงแม่น้ำโชเบในตอนบ่ายในที่สุด หลังจากต้องทนกับการนั่งรถฝ่าฝุ่นมากว่าครึ่งวัน แต่บอกได้เลยครับว่าสิ่งที่พวกเราจะเจอที่แม่น้ำนี่ ทำเอาการนั่งรถวิบากทั้งหมดที่ผ่านมาคุ้มค่าไปเลยทีเดียว Sealed ของดีประจำแม่น้ำแห่งนี้คืออะไร ถึงได้คุ้มนักคุ้มหนา?? ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่า!! Surprised

 

ใกล้ๆ แม่น้ำเริ่มมีบ้านเรือนผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ก็ยังออกโทนสีชมพูเหมือนเดิม ดูๆ ไปก็เข้ากับพื้นดินเหมือนกันนะครับ เพราะดินแถวนี้เป็นสีแดงหมดเลย (ชวนให้ จขบ. หวนนึกถึงอดีตอันน่าสยดสยองที่เขาชนไก่เป็นอย่างยิ่ง) Foot in mouth

 

มองไปทางไหนก็เจอแต่ทรายแดงๆ

 

พวกเราแวะจอดรถเติมน้ำกันครู่นึง (ที่นี่มีแหล่งน้ำใต้ดินให้รถแวะเติมด้วย) ก็มีเด็กน้อยวิ่งมาดูรถเรา ด้วยท่วงท่าราวกับออกมาจากโปสเตอร์โฆษณาแอฟริกาเลยทีเดียว Cry

เด็กที่นี่ไม่กลัวนักท่องเที่ยวเลยนะครับ สงสัยเพราะเจอบ่อยแล้ว เลยเข้ามายืนจ้องรถซะใกล้เลย พวกเราเลยชวนคุยเป็นภาษาอังกฤษนิดหน่อย น้องคนที่ตัวสูงบอกว่าเขาชื่อ พรีเชียส (Precious) ชื่อเพราะมากทีเดียว ส่วนคนเล็กที่ใส่เดรสเหมือนจะอายเลยไม่ยอมพูด (หรือฟังเราไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้)

 

คนโตหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาเสกคาถาใส่เรา ปิ้วๆๆๆ

 

ระหว่างทางเราผ่านสถานทูตจีนด้วยครับ จึงได้รู้ว่าที่อยู่ดีๆ มีถนนกับบ้านอย่างรู้โผล่มากลางป่าเขาแบบนี้ได้ เพราะคนจีนเข้ามาลงทุน และช่วยพัฒนาท้องที่นี่เอง

เห็นแล้วก็นึกไปถึงบทความเกี่ยวกับการเติบโตของพี่จีนที่ผมเคยอ่าน เขาว่ากันว่า ตอนนี้ประเทศยักษ์ใหญ่รุ่นใหม่ๆ (จีน อินเดีย) เขากำลังฮิตไปลงทุนกันในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะแถวๆ แอฟริกากันครับ สาเหตุก็เพราะพี่ใหญ่เหล่านี้หวังจะช่วยพัฒนาให้ก่อน จากนั้นค่อยถอนทุนคืน ด้วยการผูกขาดทรัพยากรธรรมชาติ (ซึ่งมีอยู่เพียบในแอฟริกา) เอามาป้อนเศรษฐกิจของตัวเองในภายหลัง Foot in mouth

บ้างก็มองว่านี่เป็นการเอารัดเอาเปรียบ บ้างก็ว่าได้ประโยชน์กันทั้งคู่ (เพราะจีนก็ช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ให้ประเทศในแอฟริกาด้วยเช่นกัน)

แต่จะว่าไป ที่เถียงๆ กันนี่ ไม่เห็นมีใครสนใจผลประโยชน์ของสัตว์กับต้นไม้ในท้องที่เลยแฮะ ทั้งที่พวกเขาเป็นเจ้าของที่ดินมาก่อนคนแอฟริกาหรือคนจีนตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ!! (และก็ไม่รู้ว่าถ้ามีการพัฒนาแบบนี้ต่อไป พวกเขาเหล่านี้จะต้องเสียที่อยู่ไปอีกเยอะขนาดไหน) Tongue out

 

เอาเป็นว่าจบเรื่องเครียดๆ ไว้แค่นี้ดีกว่า (จขบ. ไม่อาจคิดหาทางออกให้เรื่องนี้ได้ และจริงๆ มันอาจไม่มีทางออกแต่แรกแล้ว)  กลับมาที่ทัวร์กัน พวกเราก็นั่งรถผ่านหมู่บ้าน เข้าใกล้ทางแม่น้ำไปเรื่อยๆ พอพ้นเขตที่คนอาศัยอยู่ก็มาเจอกับทางเข้าเขตอุทยานครับ

 

คุณไกด์บอกว่านี่เป็นโปสเตอร์รณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ ซึ่งเมื่อก่อนเคยระบาดหนักมาก แต่ตอนนี้รัฐบาลของที่นี่ใช้นโยบายหลายๆ อย่างจัดการจนลดการแพร่เชื่อไปได้เยอะเหมือนกัน โทนสีสัมๆ ชมพูๆ ของโปสเตอร์นี่มันก็เข้ากับแอฟริกาดีเหมือนกันนะครับ

 

ตัวอุทยานนี่คือเขตรอบๆ ฝั่งแม่น้ำทั้งหมดเลย และเนื่องจากแม่น้ำใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกก ไม่ว่าจะขับไปตรงไหนของป่าก็จะเห็นแม่น้ำอยู่ในแบ็คกราวน์ตลอด

 

 

เพราะมีแหล่งน้ำ สัตว์ที่นี่จึงมีอยู่อย่างหนาแน่น เยอะมากถ้าเทียบกับเขตแล้งๆ ที่ผ่านมาสองสามวันก่อน

 

 

พื้นสีออกแดงๆ ก็ทำให้ถ่ายรูปสวยไปอีกแบบนะครับ

 

วิวจากแคมป์

มาถึงที่ตั้งแคมป์กันแล้ว คราวนี้ต้องทนกับฝุ่นหน่อยเพราะไอ้ฝุ่นแดงๆ นี่ถ้าเข้าไปในเต๊นท์หรือติดเสื้อผ้าก็จะเห็นชัดเลย (ไม่ใช่ว่าแคมป์ก่อนๆ ไม่มีฝุ่นนะครับ แต่ฝุ่นขาวๆ มันเห็นไม่ชัดเท่า เวลาเปื้อนฝุ่นเลยพอทนๆ ไปได้) แต่ข้อดีของแคมป์นี้คือเราจะได้เห็นวิวแม่น้ำแบบเต็มๆ Embarassed

 

 

พูดเรื่องเต๊นท์หน่อยดีกว่า ปกติในการมาเที่ยวแบบนี้ เราต้องจ่ายค่าแรงแบบแพงๆ เพื่อให้ทีมไกด์ช่วยตั้งเต๊นท์ให้ด้วยนะครับ แต่คณะเราเชื่อมันในฝีมือตัวเองอย่างมากจึงไม่ขอจ่าย Foot in mouth และบอกเขาว่าพวกเราจะตั้งเต๊นท์กันเองเลย ให้ทีมไกด์ช่วยบอกวิธีทำก็พอ  แต่แล้วเมื่อมาเจอกับความใหญ่และหนักของเต๊นท์แอฟริกา สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเราต้องให้เขาช่วยกางอยู่ดี Foot in mouth เอาเป็นว่า อย่างน้อยก็ได้ช่วยเขาตั้งเสาเต๊นท์บ้าง ช่วยยืนเชียร์บ้าง ก็ถือว่าโอเคล่ะเนอะ

 

 

 

เอาล่ะครับ บัดนี้ไฮไลท์ของวันนี้ก็ใกล้เข้ามาแล้ว เมื่อพระอาทิตย์ใกล้จะถึงคราวตกเต็มที ซึ่งก็รู้กันว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา เราจะได้เห็นภาพอาทิตย์อัสดงสวยๆ แบบไม่ซ้ำกันตลอด แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนวันไหนๆ เพราะมันคือพระอาทิตย์ตก “เหนือแม่น้ำโชเบ” ครับ และก็เป็นความงามที่ทำให้การเดินทางวิบากที่ผ่านมา กลายเป็นอะไรที่คุ้มเกินคุ้มไปเลย  Undecided

ว่าแล้วก็ได้เวลานั่งรถไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกกันในที่สุดครับ ก่อนไปเอ็ดดี้ก็ให้รีบอาบน้ำก่อนเลย เพราะที่นี่ถ้ามืดแล้วเขาจะห้ามใช้เต๊นท์อาบน้ำโดยเด็ดขาด (ส่วนเหตุผลรออ่านตรงท้ายตอนละกัน)

 

 

ภาพแรก ถ่ายตอนนั่งรถลงเนินไปที่แม่น้ำ

สิ่งสำคัญที่ต่างจากวันก่อนๆ คือที่โชเบมี “เมฆ” เป็นฉากประกอบ มีวิวที่ใหญ่โตปราศจากต้นไม้บัง และมีน้ำที่สะท้อนแสงอยู่ด้านล่างนี่แหละ

 

การดูพระอาทิตย์ตกครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหนจริงๆ เพราะทั้งฟ้าและพื้น (น้ำ) กลายเป็นสีส้มไปหมด ให้ความรู้สึกเหมือนเราไปนั่งอยู่ในโปสการ์ดหรือสารคดีแอฟริกาเลยทีเดียว Surprised

 

   

 

และนี่แหละช็อตเด็ดที่ผมภูมิใจสุดๆ ของทริปนี้เลย การถ่ายภาพสัตว์โดยมีอาทิตย์อัสดงเป็นฉากหลังนี่เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการเที่ยวแอฟริกาเลยล่ะครับ และการจะได้ช็อตแบบนี้ต้องอาศัยโชคเป็นหลักซะด้วย  ซึ่งก็โชคดีที่คุณยีราฟบังเอิญเดินผ่านรถเราไปในมุมที่เป๊ะๆ พอดี Surprised

 

 

แต่นั่นยังไม่ใช่ที่สุดของวันนี้ครับ ช็อตที่ทำผมประทับใจที่สุด คือตอนที่พวกเราเข้ามาใกล้ๆ แม่น้ำ และได้พบกับ “ตะวันสามดวงแห่งโชเบ” นี่แหละ

 

มีสามดวงจริงๆ นะนี่ 

สังเกตตรงด้านขวาของดวงอาทิตย์ดวงกลางนะครับ จะเห็นชาวบ้านกำลังพายเรือหาปลาอยู่ด้วย เป็นเรือพื้นเมืองเล็กๆ แบนๆ ทำจากไม้ เรียกว่า “มอคโคโร่” (Moccoro) ภาพชาวบ้านกับแบ็คกราวน์ส้มๆ นี่ดูแล้วได้บรรยากาศแอฟริกาสุดๆ เลยครับ 

ตอนที่เห็นพระอาทิตย์ตกคราวนี้ รู้สึกได้เลยว่าความยิ่งใหญ่กับความสวยงามมันต่างจากวันที่ผ่านๆ มาอย่างเทียบกันไม่ติดเลยครับ และเพิ่งมาเข้าใจในวันนี้ว่า สิ่งที่ขาดไปในการดูพระอาทิตย์ตกวันก่อนๆ คือขาด "พื้นน้ำ" มาช่วยสะท้อนแสงนี่เอง

 

 

ภาพช้างริมแม่น้ำนี่ เหมือนภาพโปสการ์ดมีชีวิตขึ้นมาให้เห็นตรงหน้าเลยครับ เพราะแบบนี้แหละ ผมถึงได้บอกว่าแค่ moment นี้ การเดินทางทั้งหมดที่ผ่านมาก็คุ้มแล้วล่ะ Embarassed

ระหว่างขับรถเลียบแม่น้ำก็เจอของน่าตื่นเต้นอีกแล้ว นั่นคือช้างเล่นกัน (สังเกตว่าพอหันมาอีกทิศนี่ ท้องฟ้าก็เป็นอีกสีเลยนะครับ)

เป็นการเล่นที่ดุเดือดมาก

 

เล่นกันจนพื้นสะเทือน (จริงๆ คือจขบ. มือสั่นเอง) Foot in mouth

เล่นเสร็จแล้วก็จับมือ (จับงวง)  ดีกันนะๆ Embarassed