ความเดิมตอนที่แล้ว: คลิก Ch.1, Ch.2, Ch.3, Ch.4, Ch.5, Ch.6, Ch.7, Ch.8

 

หมายเหตุ: จขบ. ใส่ลูกเล่นเพิ่มให้ฉากหลังบล็อกเล็กน้อย ดังนั้นกรุณากด F5 ก่อนเริ่มอ่านซะ (//อยากอวด)

 

หลังจากเต็มอิ่มกับการชมพระอาทิตย์ตกเมื่อวานกันไปแล้ว วันนี้พวกเราจะเที่ยวแบบสบายๆ ด้วยการสำรวจสัตว์ต่างๆ รอบแม่น้ำโชเบกันครับ ที่ว่าสบายนี่ก็เพราะวันนี้เราไม่ต้องย้ายแคมป์ไปไหนเลย ออกไปดูสัตว์ทั้งวันแล้วก็กลับมาพักที่เดิมกัน (และเป็นคืนสุดท้ายแล้วด้วย ที่จะได้นอนเต๊นท์) ดังนั้นเนื้อเรื่องวันนี้ก็จะออกแนวไม่รีบร้อน เน้นรูปสัตว์มากหน่อย เพราะคราวนี้เรามีเวลาค่อยๆ จอดรถถ่ายรูปทีละตัวอยู่มากพอดู ว่าแล้วก็ไปชมกันโลดดดดด Embarassed

 

 

 

เริ่มมาก็เป็นภาพบังคับ ที่ดูกันจนเบื่อ แต่ผมก็จะให้ดูอยู่ดี นั่นคือพระอาทิตย์ขึ้น

 

 

ตอนนั้นเป็นเวลาเช้า เหล่าสัตว์ต่างๆ เลยอยู่ในช่วงเตรียมตัวหากินกันอยู่ บางพวกก็จะแห่กันลงไปดื่มน้ำ บางพวกก็ทำธุระยามเช้าอยู่ คือมันจะรู้สึกได้เลยครับว่าหลายๆ ตัวยังง่วงอยู่ เลยไม่สนใจจะวิ่งหนีพวกเราซักเท่าไหร่ เลยเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะถ่ายรูป

 

 

 

 

ส่วนลิงบาบูนพวกนี้กำลังหาเห็บเหาให้กันอยู่ครับ ตัวที่ให้เพื่อนช่วยหาเหาก็จะยกแขนขา โพสท่าโว้กกันอย่างอลังการ ผมเห็นแล้วนึกถึงนิสิตคู่รัก (?)  คู่นึงในคลาสเดียวกัน สมัยที่ยังเรียนอยู่เลยครับ คู่นั้นผู้หญิงก็ชอบเกาหลังแกรกๆๆ ให้ผู้ชายแบบไม่เกรงสายตาผู้ใดในระหว่างเรียนอยู่ตลอด เหมือนลิงคู่นี้เด๊ะ 

ดูๆ ไปแล้ว ก็คิดได้ว่า มันอาจจะเป็นพฤติกรรมที่มนุษย์เราได้สืบทอดมาจากการหาเห็บเหาให้กัน สมัยที่เรายังเป็นลิงกันอยู่ก็ได้นะเออ Foot in mouth

 

 

ผมชอบรูปสัตว์ที่ถ่ายที่นี่มากครับ เพราะฝุ่นบนพื้นตรงริมแม่น้ำเป็นสีแดง ภาพเลยออกมามีโทนสีชมพูนิดๆ

 

อย่างรูปช้างโขลงนี้ที่เจอระหว่างทาง ฝุ่นที่เกาะบนตัวช้างทำให้ผิวดูเนียนขึ้นเยอะเลย (เหมือนทาแป้งเด็กสินะ)

 

สัตว์ที่เป็นไฮไลท์ของริมแม่น้ำนี่เลยก็คือ “ควาย” มีเยอะมากกกกก เยอะจนเบื่อกันไปข้าง แต่ควายพวกนี้อยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ชีวิตปลอดภัยเลยไม่ดุเหมือนตัวที่วิ่งไล่รถเราในตอนก่อนครับ อันที่จริงคือมันรักสงบกันจนน่าเบื่อเลยด้วยซ้ำ ตอนรถวิ่งผ่านผมก็แอบทำเสียงยั่วนิดๆ หน่อยๆ พี่ควายแกก็ไม่สนใจกันเล้ยยยยยย Foot in mouth

นกกระยางเลี้ยงควาย

 

นกที่ทำความสะอาดหลังให้ควาย ปากแดงมากกกก

วันนี้เห็นเยอะจนเบื่อควายไปเลย ทั้งที่ตอนช่วงแรกๆ เจอแค่ตัวเดียวก็ตื่นเต้นมากกก ขนาดถ่ายไปเป็นร้อยรูป Foot in mouth

 

นอกจากนี้ก็มีครอบครัวหมูป่า (หรือพุมบ้า จากไลอ้อนคิง) ที่กำลังขุดดินหาพวกรากไม้กันอยู่

 

 

ปากแบนๆ กับเขี้ยวคล้ายๆ จอบ เอาไว้ขุดดินได้เป็นอย่างดี

 

มีพุมบ้าแล้วจะขาดทีโมนได้อย่างไร นี่คือครอบครัวภรรยาแมว (เมียร์แคท) ไงครับ 

 

 

ครอบครัวช้างที่กำลังข้ามถนน ซึ่งเอาภาพสวยๆ มาไม่ได้เพราะโดนรถไฮโซของกลุ่มฝรั่งบัง (ที่ว่าไฮโซก็เพราะมันเป็นรถของโรงแรมครับ แล้วเก้าอี้เขาก็ไฮโซเมื่อเทียบกับของเราจริงๆ ที่สำคัญเลยคือเบาะที่นั่งมีเบาะรองหัวด้วยนี่แหละ ของรถเราไม่มีเลยแม้แต่น้อย จะพิงหัวหลับก็พิงไม่ได้)  Undecided

 

ตัวคูดูนี่เอ็ดดี้บอกว่าเขามันจะบิดเป็นเกลียว 1 รอบเมื่ออายุครบ 4 ปีครับ ตัวในภาพมีสองเกลียวนิดๆ ก็คือมีอายุมากกว่า 8 ปีนั่นเอง

 

 

"แร้ง" (หรือที่คนไทยชอบเรียกว่า แรว๊งงงงงงงงงงง) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของแอฟริกา

นกอินทรีกินปลาของแอฟริกา (African Fish Eagle) เท่มาก ถูกทัวร์เอามาโฆษณาจนเป็นดั่งมาสค็อตประจำโชเบ

 

 

 

ลืมเล่าเรื่องสถานที่อีกนิดหน่อย อย่างที่เคยบอกครับว่าโชเบเป็นแม่น้ำที่อยู่ตรงชายแดนพอดี ฝั่งที่พวกเราดูสัตว์กันอยู่นี่ก็คือฝั่งของประเทศบอตสวานา ส่วนอีกฝั่งของแม่น้ำเป็นเขตของประเทศนามิเบีย ซึ่งออกจะเจริญกว่าบอตสวานานิดนึง ดังนั้นระหว่างดูสัตว์เราก็จะมีสิทธิ์เห็นเรือสำราญหรูๆ ของนักท่องเที่ยวจากอีกฝั่งแล่นอยู่กลางแม่น้ำด้วย (อันนี้ถ่ายรูปมาไม่ทัน)

 

 

 

เอ็ดดี้เล่าให้เราฟังว่ารัฐบาลของบอตสวานาเขาดูแลสัตว์ที่นี่ดีนะครับ คือที่รัฐเขาตั้งราคาทัวร์ซาฟารีให้สูงๆ ไว้ก็เพราะเขาเล็งเห็นว่า ถ้าเกิดไปลดราคาทัวร์ นักท่องเที่ยวก็จะแห่กันมามากขึ้น ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของสัตว์และสิ่งแวดล้อมของประเทศเขาเละไปในที่สุด บรรดาสัตว์ก็ต้องมาโพสท่าถ่ายรูปกันจนไม่เป็นอันกินอันนอนกันพอดี

 

แต่พอรัฐกำหนดให้บรรดาบริษัททัวร์ตั้งราคาสูงๆ หน่อยแล้ว นักท่องเที่ยวก็จะน้อยลง ทำให้ควบคุมอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น สัตว์ก็ไม่ถูกรบกวนมาก ถึงจะได้เงินน้อยกว่า แต่ก็เป็นการช่วยรักษาธรรมชาติได้เป็นอย่างดี (หรือเหตุผลที่แท้จริงก็คือ เพื่อให้รัฐบาลเอาป่าไว้ใช้หาเงินในระยะยาวนั่นเอง) Foot in mouth

 

ฟังแล้วก็น่าดีใจนะครับ ที่รัฐบาลของเขาเห็นความสำคัญของธรรมชาติอย่างจริงจังพอควรเลยทีเดียว ถึงเหตุผลจริงๆ คือเขากลัวว่า ถ้าป่าเละไปซะก่อน ในอนาคตจะไม่มีรายได้เข้ากระเป๋าก็เถอะ

 

 

ตอนท้ายเอ็ดดี้ก็แอบเหน็บว่า คนบอตสวานานี่รักษาธรรมชาติกันดีนะ แต่ที่ยังมีการลักลอบล่าสัตว์กันอยู่ ก็เพราะไอ้พวกคนนามิเบียทั้งหลาย ที่แอบข้ามแม่น้ำมาจับสัตว์แถวนี้ พวกคนนามิเบียที่เขาว่าเจริญๆ นี่แหละ ที่ไม่เคารพธรรมชาติ รุกล้ำอธิปไตยบ้านคนอืน บลาๆๆๆๆๆๆ Yell

แต่ฟังๆ ไปแล้ว ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าเคยคุยกับคนนามิเบียระหว่างเที่ยวเมื่อราวๆ ห้าปีก่อน พี่แกก็บ่นเหมือนกันครับ  ว่าคนบอตสวานานี่แหละน่ากลัว มีแต่นายพรานเถื่อนๆ เข้ามาลอบล่าสัตว์ในประเทศ (เจริญๆ) ของเขา เล่าซะตัวเรา (ตอนนั้น) มองบอตสวานาเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปเลย จนมาวันนี้ถึงได้เข้าใจถ่องแท้ ว่าในดราม่าระหว่างประเทศ ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าเราถูกตลอดทั้งนั้นแหละเนอะ (ประเทศเราก็เช่นกัน อุ๊บส์!!) Foot in mouth

 

พักกินของว่างระหว่างทาง เป็นส้มแอฟริกาที่หาความหวานไม่ได้แม้แต่น้อย

ด้านหลังของเอ็ดดี้ขณะเดินเข้าแคมป์เพื่อไปเอาอะไรลับๆ

 

กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า หลังจากดูสัตว์ไปถึงตอนใกล้ๆ เที่ยง เอ็ดดี้ก็ขอขับแวะเข้าไปในแคมป์ใหญ่ของอีกกรุ๊ปทัวร์นึงที่ตั้งอยู่แถวนั้น ชื่อแคมป์ว่า CCAfrica (ย่อมาจาก Conservation Cooperation) เจ้าตัวบอกว่าต้องไปเอาของอะไรซักอย่าง จากเพื่อนที่เป็นไกด์ประจำแคมป์นี้

หลังจากเข้าไปจอดในแคมป์และปล่อยให้พวกเรารอไปพักนึง ก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋าเอกสารสีดำลึกลับหนึ่งใบ และพอถามว่ามันคืออะไร อีตานี่ก็ดันตอบแค่ “ไม่มีอะไร”  แล้วออกรถไปหน้าตาเฉยซะงั้น (ตอนนั้นแอบคิดว่า พี่แกจะลักลอบเอาอะไรข้ามชายแดนไปขายใช่มั้ย!!?? Laughing Laughing จะขายก็ขายไปเถอะแต่ผมกลัวโดนจับไปด้วยอะ) Foot in mouth  หมายเหตุ: ในกระเป๋ามีอะไรอยู่นั้น ไว้เฉลยตอนหน้าครับ อิอิอิ

 

 

ตอนบ่ายกลับมาพักกันที่แคมป์ พร้อมด้วยอาหารกลางวันซึ่งเหมือนวันก่อนๆ เด๊ะ จึงไม่ขอเอามาลง Foot in mouth

 

นกสวยๆ นี้มีชื่อว่า Bee Eater หรือตัวกินผึ้งครับ ร้องเสียงดังจ้อกแจ้กๆ แต่ไม่บ่นเป็นหมีกินผึ้งนะ Kiss

ตัวนี้คือ Sable Antelope เขาว่ากันว่าหายาก และต่างจากกวางปกติตรงที่ไม่มีการผลัดเขา

 

 

มีหัวกระโหลกควายอยู่บนพื้นด้วย ได้บรรยากาศป่าแอฟริกาสุดๆ

ที่เห็นไกลๆ นี่คือหมาจิ้งจอกครับ

 

ตอนเย็นเราก็ขับรถออกไปดูพระอาทิตย์ตกกันอีกรอบ หลังจากดูแบบจัดเต็มไปแล้วเมื่อวาน คราวนี้เราเลยเปลี่ยนวิธีดูกันใหม่ครับ นั่นคือจอดรถนิ่งๆ แล้วดูจากตำแหน่งเดิม รอดวงอาทิตย์หายไปหลังเส้นขอบฟ้าเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดดวง ซึ่งการนั่งดูแบบนี้ก็จะทำให้เราเห็นได้เลยว่า จริงๆ ดวงอาทิตย์นี้ก็เคลื่อนไหวเร็วเหมือนกันนะครับ