[Manga] Ogre King - ยักษ์ไทยสไตล์มังกะ

posted on 31 Aug 2011 01:30 by simpskwan  in MangaMania  directory Cartoon

ประกาศ: เปลี่ยนแบ็คกราวน์เล็กน้อยให้เข้ากับเอ็นทรี่ใหม่ ดังนั้นกด F5 ก่อนอ่านด้วยเน่อ Money mouth

 

 

 

ห่างหายจากการรีวิวการ์ตูนไปซะนานเลย ที่จริงมีเรื่องที่อยากเขียนถึงอยู่ในลิสต์เยอะมากกกกกครับ แต่เวลาและปัจจัยต่างๆ มันไม่เอื้ออำนวยซะที แต่ไหนๆ เรื่องนี้ก็เพิ่งออกเล่มใหม่มาเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง และเป็นผลงานของนักเขียนการ์ตูนไทยที่ผมชื่นชมสุดๆ ซะด้วย ยังไงก็ต้องหาเวลามารีวิวให้ได้ซักหน่อยล่ะนะ Embarassed

หมายเหตุ: ทุกอย่างในรีวิวนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวของ จขบ.ล้วนๆ อาจไม่ตรงกับคุณภาพจริงๆ ของการ์ตูนก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าหลงเชื่อ จขบ. ไปซื้อมาอ่านแล้วมันไม่สนุกอย่างที่อวย ก็อย่าว่ากันนะจ๊ะ

 

 

 

 

Ogre King: อหังการ์ราชันย์ยักษ์ เป็นการ์ตูนไทยในรูปแบบมังกะ (การวาดและดำเนินเรื่องคล้ายๆ การ์ตูนญี่ปุ่น) แนวแฟนตาซีผจญภัย ผลงานของ อรุณทิวา (เรื่อง) และมนตรี คุ้มเรือน (ภาพ) ตีพิมพ์โดย Siam Inter Comics ปัจจุบันออกมาแล้ว 10 เล่ม (เล่ม 1-9 และภาคพิเศษ Episode Zero)

 

ชิน ตัวเอกของเรื่อง เป็นเด็กน้อยชาวป่าวัย 15 ปี ผู้ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในป่าเมืองตากอยู่กับแม่สองคน แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ชินก็ได้พบกับความจริงที่ว่า ที่แท้ภายในตัวเขา มีสายเลือดของยักษ์ชั้นสูงไหลเวียนอยู่ และพ่อแท้ๆ ของเขานั้น ที่จริงแล้วเป็นยักษ์ซึ่งถูก “อำมาตย์สมิงดำ” หมอผีลึกลับยอดฝีมือจับตัวไป เมื่อรู้แล้วมีหรือที่ชินของเราจะอยู่เฉย ก็เริ่มต้นภารกิจตามหาพ่อกันสิครับงานนี้

เนื้อเรื่องส่วนแรก คือการเดินทางของชินและผองเพื่อน ต่างคนต่างเป้าหมาย ในเส้นทางเดียวกัน  (ทั้งเต็มใจและจำใจ)  ทำ quest เก็บ level ช่วยชาวบ้านกันไปตามประสาการ์ตูนผจญภัย

ในขณะที่เนื้อเรื่องส่วนที่สอง คือการเมืองระหว่างอาณาจักร ความขัดแย้งภายในหน่วย "ไอยราห้าเศียร” ซึ่งเป็นกองกำลังสำหรับปราบยักษ์ของกรุงศรีอยุธยา รวมถึงเรื่องราวภายในราชสำนัก ที่อำมาตย์สมิงดำ พร้อมด้วยบรรดาลูกสมุน และเหล่ายักษ์ฝ่ายตัวโกง ก็กำลังดำเนินแผนการชั่วร้ายของพวกตนกันอย่างเงียบๆ....

 

 

 

 

 

เนื้อเรื่อง

โดยรวมแล้ว แก่นเรื่องของ Ogre King ก็คือการ์ตูนบู๊แฟนตาซีสายหลักนั่นแหละครับ ฉากบังคับต่างๆ ที่เราเคยเห็นกันในการ์ตูนโชเน็นของญี่ปุ่น ในเรื่องนี้ก็มีให้เราอ่านอย่างครบครัน ทั้งพระเอกซื่อๆ นิสัยพระเอ๊กพระเอก มีอดีตเป็นปริศนา มีเป้าหมายชัดเจน (ตามหาพ่อ) มีสัตว์เลี้ยงคู่หู พร้อมด้วยเพื่อนพ้องหลากหลายคาแรกเตอร์ มีการเดินทางอันยาวเหยียดที่ต้องแวะเมืองโน้นเมืองนี้ตลอด มีชาวบ้านผู้อ่อนแอ มีตัวร้ายและสมุน (ที่บังเอิ๊ญมีจำนวนท่ากับทีมพระเอกเป๊ะๆ เลยจับคู่กันสู้ได้ลงตัวพอดี)  Foot in mouth และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ส่วนตัวผมว่านั่นก็ไม่ใช่ปัญหานะ เพราะบรรดาการ์ตูนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ที่วางขายกันเต็มตลาดนี่ ถ้าเราลอกเปลือกมันออกมาแล้ว   สุดท้ายแก่นของมันก็เป็นเนื้อเรื่องแนวนี้เหมือนกันทั้งนั้นแหละ Foot in mouth

 

สิ่งสำคัญคือ คนเขียนจะปรุงแต่ง ดัดแปลงยังไง ให้สูตรเนื้อเรื่องผจญภัยสไตล์เดิมๆ มีรสชาติที่แปลกใหม่ ออกมาน่าสนใจ และไม่ซ้ำซากเท่านั้นเอง

ซึ่ง Ogre King ก็ทำได้ดีในระดับนึงครับ โดยเฉพาะการสร้างปูมหลังให้เนื้อเรื่อง สร้างเอกลักษณ์ให้ตัวละคร และปริศนาต่างๆ ของเรื่องที่นับว่าซับซ้อนชวนลุ้นดีทีเดียว

 

 

 

ความน่าสนใจอีกอย่างของเนื้อเรื่อง Ogre King คือ ในขณะที่เนื้อเรื่องหลักดำเนินไป (เล่ม 1-9) ก็จะมีภาคพิเศษ (Episode Zero) ซึ่งเป็นเล่มที่รวมเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครรองๆ และเหตุการณ์ที่เกิดคู่ขนานกับภาคหลัก) คอยเสริมเนื้อเรื่อง และโยง subplot เล็กๆ น้อยๆ เข้ามารวมกับพล็อตหลัก (เนื้อเรื่องของกลุ่มตัวเอก) ได้อย่างลงตัว ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า พล็อตการ์ตูนเรื่องนี้มีความลึกมากกว่าแค่การผจญภัยไปเรื่อยๆ ส่วนเหล่าตัวละครรองๆ แต่ละตัว ก็มีที่มาที่ไป มีปมของตัวเอง และมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น

 

 

ตัวละครในเรื่องก็นับว่าออกแบบได้ดี มีบุคลิกและเอกลักษณ์ชัดเจนครับ ไม่ได้รู้สึกว่าไปก็อปจากการ์ตูนเรื่องอื่นมารีไซเคิลแต่อย่างใด โดยเฉพาะพระเอกอย่าง “ชิน” นี่ ผมชอบมากกกที่คนเขียนเติมบุคลิกแบบไทยๆ หลายอย่างลงไปในตัวละครตัวนี้ ทั้งกิริยามารยาท หรือสำเนียงการพูดแบบเด็กไทยสมัยก่อน ดูแล้วรู้สึกเลยว่า เออ  นี่ไม่ใช่แค่พระเอกการ์ตูนสายหลักทั่วๆ ไปนะ!! (อยากให้เด็กไทยสมัยนี้ เอาพระเอกเรื่องนี้เป็นไอดอลจริงๆ ให้ตายเถอะ) Cry

 

และอีกอย่างที่ต้องชมพี่อรุณทิวา คนเขียนเรื่องนี้ (หลังจากผมอวยแต่พี่มนตรีมาเยอะแล้ว ฮ่าๆ) คือการลำดับภาพ และสตอรี่บอร์ดเลยครับ แม้ว่าตอนเล่มแรกๆ อาจจะยังดูขลุกขลักอยู่บ้าง แต่มาหลังๆ นับว่าเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่อ่านได้ลื่นไหล ได้อารมณ์ลุ้น มันส์ เท่ ได้ไม่แพ้การ์ตูนญี่ปุ่นเลยทีเดียว (ซึ่งการ์ตูนไทยที่มีการลำดับภาพดีๆ นี่ ผมว่าหายากนะ ขนาดเรื่องที่วาดเทพๆ บางเรื่อง ก็มาสะดุดเอาตรงความสตอรี่บอร์ดที่เรียงภาพแบบโดดไปโดดมานี่แหละ)

 

 

 "การันต์" ตัวละครผู้เปิดตัวมาด้วยการเป่าขลุ่ยไทยและขี่กระหัง เท่ซะ!! Surprised

 

จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของเรื่อง คือ “ความเป็นไทย” ครับ ประเด็นนี้ขอร่ายยาวหน่อยนะ

 

มีสิ่งนึงที่ผมที่สังเกตเห็นได้แทบทุกครั้งเวลาอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น  นั่นคือนักเขียนบ้านเขา จะมีกลวิธีสอดแทรกวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาติตัวเอง ให้มาปรากฎอยู่ในเรื่องได้เสมอ ไม่ว่าจะในบริบทไหนก็ตาม (เอาง่ายๆ ก็ของอย่าง ชุดกิโมโน ชุดมิโกะ เคนโด้ วัด ศาลเจ้า นินจา ซามูไร ไล่ไปถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ อย่างขุนพลยุคเซ็นโกกุทั้งหลายนั่นไง)

การสอดแทรกที่ว่านี่ บางครั้งก็ออกมาดูดี บางครั้งก็ปู้ยี้ปู้ยำซะเละเทะ แต่พอดูภาพรวมแล้ว ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นการโปรโมทวัฒนธรรมของชาติเขาได้สุดยอดจริงๆ

คงเพราะการโปรโมทวัฒนธรรมผ่านสื่อพวกนี้นี่แหละ ที่ทำให้คนต่างชาติอย่างเราๆ รู้สึกว่าประเทศเขา มันช่างเต็มไปด้วย cool factor (ปัจจัยความเท่) เสียเหลือเกิน อะไรๆ มันก็เท่ ก็เจ๋ง ก็คูล น่าค้นหาน่าศึกษาไปซะหมด (ผมว่าเด็กมัธยมไทยที่เป็นคอมังกะ เผลอๆ อาจจะท่องชื่อสมาชิกกลุ่มชินเซ็นกุมิได้ครบทุกคนแล้วมั้ง) Foot in mouth

 

 

 

น่าแปลกนะครับ ที่พอกลับมาดูวงการการ์ตูนบ้านเราแล้ว ผมรู้สึกว่าการพยายามใส่เอกลักษณ์ของชาติเข้าไปในการ์ตูน มันเป็นอะไรที่ยังดูไม่ค่อยลงตัวซักเท่าไหร่ (โดนเฉพาะแนวแฟนตาซีทั้งหลาย ต้องมาตกม้าตายตรงนี้นี่แหละ)

การ์ตูนไทยหลายเรื่อง ผมอ่านแล้วรู้สึกเลยว่าคนเขียนฝืนเหลือเกิน ที่ต้องเอาเวทมนตร์ ชื่อ หรือศิลปะไทยๆ มายัดในเรื่อง (ทั้งที่ตัวเองอาจจะไม่ชอบ หรือข้อมูลไม่ปึ้กพอ) เลยออกมากลายเป็นอะไรลักลั่นๆ ชวนอึดอัดชอบกล

หนักกว่านั้น คือบางเรื่องก็อ่านแล้วเต็มไปด้วยกลิ่นอายญี่ปุ่นกับฝรั่ง จนตัวละครชื่อไทยๆ เหมือนมาทำอะไรผิดที่ผิดทางอยู่ในเรื่องซะงั้น Foot in mouth

 

ส่วนตัวนะครับ ถ้าการพยายามทำให้การ์ตูนเป็น “ไทย” มันลำบากขนาดนั้น ผมว่าจะดีกว่าด้วยซ้ำ ถ้าคนเขียนเลิกพยายามทำให้มันดูไท้ยไทย แล้วเปลี่ยนมาสร้างผลงานแบบตามใจตัวเองไปเลย (ตัวอย่างดีๆ ก็การ์ตูนไทยสุดแนวอย่าง Joe the Sea-Cret Agent ที่เขียนแบบไม่แคร์สื่อแคร์กระแสใดๆ กับ อภัยมณีซาก้า ที่คนเขียนใส่แนวแฟนตาซีสไตล์ตะวันตกแบบที่ตัวเองชอบซะเต็มที่ โดยไม่ต้องไปเกรงใจคนที่ชื่นชอบวรรณคดีต้นฉบับเลยสักนิด)

 

 

 

 

แต่การ์ตูนที่สามารถเอาศิลปะวัฒนธรรมไทยๆ มาผสมกับงานสไตล์มังกะได้ลงตัว ก็ใช่ว่าจะไม่มีครับ นักเขียนที่ทำได้ (และทำได้ดีมากๆ ด้วย) นอกจากคุณตาโปน (หาญสู้ผีนรก, โอริณกับจิณนา) แล้ว ก็คือทีมวาด Ogre King นี่แหละ โดยเฉพาะด้าน world building (การสร้างโลกในจินตนาการของเรื่อง) ที่ทำออกมาได้ถูกใจผมมากมาย

 

 

รัก-ยมสุดโมเอ้ในเรื่องนี้ ถือกำเนิดจากกล่องตุ๊กตาบลายธ์นะเออ Surprised

ฉากในเรื่องนั้น ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นเมืองไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาครับ แต่ผู้เขียนได้ใส่ความเป็นแฟนตาซี และอะไรๆ ร่วมสมัยลงไปเพียบ ทั้งสนามบิน เรือเหาะ มือถือ บัตรเครดิต เวทมนตร์ ผีไทยทั้งหลาย และลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมาย

ดังนั้น ฉากหลังของเรื่องจึงไม่ใช่เมืองไทยสมัยก่อน แต่เป็น “โลกแฟนตาซี”  ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองไทยสมัยก่อนเป็นบางส่วนเท่านั้นเอง

ถ้าเปรียบเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คงเหมือน “นารูโตะ” ที่คนเขียนสร้างโลกแฟนตาซีของเหล่านินจาขึ้นมาเลย โดยอิงจากญี่ปุ่นสมัยก่อนในบางจุดนั่นแหละ

นี่เองเป็นจุดที่ทำให้คนเขียนมีอิสระ ในการสอดแทรกลูกเล่นต่างๆ ได้อย่างไม่จำเจ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่อะไรโบราณๆ อย่างเดียว ซึ่งใน Ogre King เราจะได้เห็นของอย่างชุดเครื่องแบบข้าราชการแบบสมัยใหม่ ชุดแอร์โฮสเตสการบินไทย น้ำเต้าหู้สตาร์บั้คส์ และกระทรวงวัฒนธรรม (!!??) นี่อาจจะเป็นเหตุผล ที่รายละเอียดไทยๆ ในเรื่องนี้ ดูจะใส่มาด้วยอารมณ์สนุกสนาน ดูแล้วเพลินตา มากกว่าจะยัดเยียดหรือฝืนใจ

 

 

โดยรวมแล้ว“ความเป็นไทย” ในเรื่อง ก็ไม่ใช่สักแต่ยัดๆ เข้ามา แต่สิ่งที่ผู้เขียนเลือกมาใช้นั้น นับว่าค่อนข้างลงตัว เข้ากับการ์ตูนได้สนิท และที่สำคัญคือ “ดูดี” ซะด้วยครับ   

 

 

ผมเพิ่งมารู้สึกจริงจังตอนอ่านเรื่องนี้แหละ ว่าชุดราชปะแตนนี่ มันเป็นเครื่องแบบที่เท่เป็นบ้า!! Surprised

 

หรือการเอายักษ์ในรามเกียรติ์ มาเป็นต้นแบบของยักษ์ในเรื่อง เอาชื่อบุคคล สถานที่จริงในประวัติศาสตร์มาแซมๆ ไว้ตลอด ดูแล้วนึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นหลายๆ เรื่อง ที่ทำแบบเดียวกันได้สำเร็จมาแล้ว และคงทำให้เด็กๆ ที่ซื้อเรื่องนี้ไปอ่าน เกิดความสนใจในตำนาน เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ของบ้านเราได้ไม่ยากเลย Cool

 

 

 

 

ลายเส้น

เมื่อครั้งที่เขียนรีวิว MSD การ์ตูนอีกเรื่องของคนเขียนทีมนี้ ผมเคยอวยลายเส้นพี่มนตรี คุ้มเรือน ผู้วาดเรื่องนี้ไปจนไม่รู้จะอวยยังไงละครับ ฮ่าๆ เอาเป็นว่า พี่เขาเป็นนักเขียนการ์ตูนไทยสไตล์มังกะ ที่ผมคิดว่า วาดได้สวย ลายเส้นงาม ออกแบบตัวละครเยี่ยม และผสมเอกลักษณ์ไทยๆ กับลายเส้นสไตล์ญี่ปุ่นได้เยี่ยมที่สุดคนนึงเลยทีเดียวครับ ซึ่ง Ogre King เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นแต่อย่างใด Cool

 
 
 

 

 ฉากไมยราพโชว์พาวในเล่ม 9 นี่อย่างเท่ เสียตรงรายละเอียดมากจนภาพออกมาดูงงๆ ไปหน่อยนี่แหละ เพราะเรื่องนี้วาดแบบไม่ค่อยใช้สกรีนซะด้วย Foot in mouth

 

ที่จริงแรกๆ ผมยังไม่ค่อยถูกใจลายเส้นเรื่องนี้เท่าไหร่ (ถึงงานเขาจะดีได้มาตรฐานตั้งแต่แรกแล้วก็เถอะ) เพราะขัดใจตรงที่ว่าเส้นมันดูจางๆ ไป วาดแบบสไตล์ง่ายๆ ไม่เข้มเหมือนงานก่อนๆ ของพี่เขาเอาซะเลย คงเพราะโทนของเรื่องมันเด็กลงด้วยล่ะมั้ง ลายเส้นเลยดูมีกลิ่นนารูโตะกับวันพีซอยู่จางๆ

แต่เล่มหลังๆ จะเห็นชัดว่าคนวาดทดลองปรับเปลี่ยนลายเส้นจนเริ่มลงตัวแล้วครับ ถึงภาพจะคง concept เดิม แต่ลายเส้นคมชัดสวยงามขึ้นมากทีเดียว โดยเฉพาะเส้นสปีดในฉากแอคชั่นที่วาดได้งามหยด และรายละเอียดในฉากที่เนี้ยบมาก

โดยเฉพาะเล่ม 9 ที่เพิ่งอ่านไป ภาพแน่นจนต้องคารวะในความขยันของทีมวาดเลยจริงๆ  (การ์ตูนไทยมักจะมาเสียตรงนี้แหละ) โดยเฉพาะฉากต้นแก้วผลิใบนี่ สวยงามจนผมยกให้เป็นมาสเตอร์พีซของพี่มนตรีเลยล่ะ (ใครอ่านแล้วคงรู้นะว่าฉากไหน) Cry

 

 

 

 

แต่ถ้าจะพูดถึงข้อเสียแล้ว  มันก็มีให้พูดอยู่ครับ ที่สำคัญเลยคือการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของลายเส้นนี่แหละ อาจจะเป็นเพราะพี่มนตรียังไม่ตกลงปลงใจกับลายเส้นแบบใดแบบหนึ่งละกระมัง งานภาพในแต่ละเล่มเลยดูไม่คงที่เอาซะเลย บางอย่างก็สวยขึ้น บางอย่างบอกตรงๆ ว่าดูด้อยลงจริงๆ

อย่างตัวละคร “โนรา” (ภาพด้านบน) ที่เปิดตัวมาเป็นเด็กสาวมาดนิ่งตาปรือ น่ารักถูกอกถูกใจ จขบ. มากมาย Wink แต่พอมาเล่มหลังๆ คุณเธอกลับโดนคนวาดทำศัลยกรรมทั้งตัว เปลี่ยนทั้งทรงผม ส่วนสูง หุ่น หน้าตา บุคลิกจนไม่เหลือเค้าเดิมซะงั้น Foot in mouth  จริงๆ ก็ไม่ใช่ประเด็นใหญ่โตอะไรหรอกครับ แต่เห็นแล้วก็อดที่จะเสียดาย character design ที่ออกแบบมาดีมากๆ ตั้งแต่แรกไม่ได้

 

 

 

 

สรุป

โดยรวมแล้ว Ogre King เป็นการ์ตูนคนไทยวาดที่โดดเด่นน่าจับตาที่สุดเรื่องนึง ณ เวลานี้ครับ คุณภาพนับว่าสูงถึงสูงมากทั้งในด้านเนื้อเรื่องและภาพ

แน่นอนว่าการ์ตูนเรื่องนี้ ยังอีกนานกว่าจะถึงขั้นสมบูรณ์แบบ (ถ้าจะหาข้อติ จริงๆ ก็ยังมีให้ติอยู่บ้างแหละ) แต่โดยรวมแล้ว ก็เป็นหนึ่งในการ์ตูนไทยไม่กี่เรื่อง ที่ผมคิดว่า สามารถวางขายบนแผงคู่กับการ์ตูนญี่ปุ่นดังๆ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

สำหรับนักเขียนการ์ตูนไทยรุ่นใหม่ หรือคนในสายงานใกล้เคียงแล้ว คุณภาพของเรื่องนี้ รวมถึงความทุ่มเทและสร้างผลงานได้สม่ำเสมอของทีมวาด คงจะเป็นแรงบันดาลใจได้มากทีเดียว

และสำหรับคอการ์ตูนสายหลักทั้งหลาย นี่เป็นเรื่องนึงที่ผมขอแนะนำ ว่าน่าลองจริงๆ

ไม่ใช่เพราะมันเป็นการ์ตูนที่ “คนไทยเขียน”  แต่เพราะมันเป็นการ์ตูนที่สนุกมากเรื่องหนึ่งครับ Cool

 

 

 

 

Embarassed ปลื้ม

  • วางพล็อตปึ้ก ตัวละครมีเอกลักษณ์ เดินเรื่องจังหวะดี ปริศนาน่าสน
  • การออกแบบ "ยักษ์" ของเรื่อง ที่ผสมผสานยักษ์ไทยแบบดั้งเดิมกับลุคแบบการ์ตูนแปลงร่างได้ลงตัว
  • ลายเส้น อันนี้คงไม่ต้องพูดมากละ Surprised แต่ที่ขอชมเป็นพิเศษคือความเนี้ยบของรายละเอียดงาน และความตั้งใจในการวาดฉากหลังแทบทุกช่อง
  • นำเสนอความเป็นไทยได้อย่างภาคภูมิ ไม่ฝืน ดูเท่และมีสไตล์

Frown บ่น

  • ลายเส้น (อีกนั่นแหละ) ที่ยังดูไม่ค่อยลงตัว คือเปลี่ยนน่ะเปลี่ยนได้ แต่บางทีหน้าตัวละครเปลี่ยนแบบเล่มต่อเล่มมันก็เยอะไปหน่อยนะครับ (สงสารหนูโนราง่ะ) Tongue out
  • การดำเนินเรื่องในเล่มแรกๆ ที่ยังดูขลุกขลัก รีบเร่งชอบกล โทนก็ดูเอาใจเด็กน้อยไปหน่อย จริงๆ มาบ่นตอนนี้ก็สายไปแล้ว แต่จะบอกเฉยๆ ครับว่าถ้าอ่านเล่มแรกๆ แล้วเบื่อ ให้ลองทนดูอีกหน่อย เดี๋ยวก็สนุกขึ้นเองแหละ Kiss
  • มุขตลกหลายๆ ช่วง (อย่างยักษ์สามช่าในเรื่อง) ไม่ค่อยจะเวิร์คเอาซะเลย ออกจะฝืดๆ ฝืนๆ มากกว่าจะฮา (หรือผมเส้นลึกเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะ)
  • ตัวเนื้อเรื่องจนถึงปัจจุบัน ฉากใหญ่ๆ หลายฉากยังตามสูตรการ์ตูนโชเน็นญี่ปุ่นมากไปนิสสส ทำให้อ่านแล้วรู้เลยว่า เออ ช่องต่อไปตัวละครมันจะพูดประมาณนี้แน่ ฮ่าๆ  ก็หวังว่าในอนาคต เรื่องนี้จะพัฒนาจนมีลายเซ็นเป็นของตัวเอง ให้ชัดเจนยิ่งๆ ขึ้นไปครับ Foot in mouth

 

 

 

 

ปล. อ่านเล่ม 9 แล้วชอบวิรุฬหกจัง ยักษ์สาวแว่น แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย Surprised

 

 

ปล.2 ขออภัยที่ดองบล็อกนะครับ ช่วงนี้ยุ่งมากมาย จะพยายามเคลียร์ทริปแอฟริกาให้เสรฺ็จภายในเดือนนี้ครับผม  Foot in mouth

 

 

Credit:

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าอ่าน confused smile

#1 By yoksu on 2011-09-03 13:26

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย cry

#2 By chubby on 2011-09-03 13:31

ตกใจนึกว่าเจอยักษืตอนไปทริป
อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง
เนื่องจากไม่ได้ซื้อซีคิดส์เป็นประจำ(เช่าอ่านเอา
เลยไม่ค่อยได้อ่านเรื่องนี้เลย

คหสต.ผมว่ายากสุดของความเป็นไทยในการ์ตูนคือการทำให้มันดูดีดูเท่นี่ละ
open-mounthed smile

#3 By 2521luck on 2011-09-03 13:33

ชอบเรื่องนี้มากๆ ครับ
เชียร์ๆๆๆ Hot! Hot! Hot!

#4 By PlAY on 2011-09-03 14:26

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ยังเชื่ออย่างนี้อยู่ตลอดเวลาค่ะ..big smile

Hot!
ชอบเหมือนกันครับ อ่านเอาในซีคิด แต่ไม่ได้ซื้อรวมเล่มHot!

#6 By วิหคสีคราม on 2011-09-03 15:07

น่่าสนุก :D

#7 By AelitaX on 2011-09-03 15:20

ไมยราฬ เคยโดนมนุษย์หลอกใช้มั้ง

เลยบอกว่า "ถ้าเชื่อใจมนุษย์แล้วจะ..."

อยากบอกว่ามีทุกเล่ม

#8 By Howl on 2011-09-03 16:37

เรื่องนี้ ใช่เลยยย > < !!

#9 By Mew Al Sax ' on 2011-09-03 16:42

เพราะโดนขีดจำกัดทางสังคม

จึงทำให้การ์ตูนไทยค่อนข้างลำบาก



angry smile angry smile

#10 By อิสระรำพัน on 2011-09-03 17:16

มีสาวแว่นด้วย ????

น่าสนขึ้นเยอะเลยๆๆๆ

#11 By Boymang*~ on 2011-09-03 20:39

ขอให้การ์ตูนไทย โด่งดังไปไกลทั่วโลกครับ Hot! big smile big smile

#12 By Deecaa on 2011-09-03 20:43

ผมชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ cry

#13 By QCON on 2011-09-03 21:10

จะเชยไปมั๊ยคะถ้าจะบอกว่าอ่านการ์ตูนไม่เป็นอะ่ค่ะ คือหลายครั้งหยิบมาอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง งง ตัวเองเหมือนกันbig smile big smile

#14 By Pat on 2011-09-03 21:18

Hot! Hot! Hot!

น่าอ่านมากเลยคะ

การ์ตูนไทยสู้ๆๆbig smile

#15 By YiiM-YiiM on 2011-09-03 21:24

น่าอ่านครับ Hot!
ต้องหาเวลาเก็บการ์ตูนไทยมาอ่านบ้างแล้ว confused smile

#16 By ลมหนาว---> on 2011-09-04 01:48

ไม่ได้อ่านเลย
น่าหนุกดีเหมือนกันนะเนี่ยconfused smile

#17 By ♪~Blazechan~♪ on 2011-09-04 10:43

อู้วววววววววววส์
ภาพสวยดี การ์ตูนไทยนี่ก็ใช้ได้เหมือนกัน double wink Hot!

#18 By บุรุษนิรนาม on 2011-09-04 15:53

ลายเส้นสวยจัง Hot! big smileHot!

#19 By Blowing in the words on 2011-09-04 22:27

แนวแฟนตาซี ดร่าม่า น่าสนใจ
confused smile

#20 By ปิยะ99 on 2011-09-05 19:32

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

รีวิวได้ชัดเจนมากๆครับ ชอบครับชอบ open-mounthed smile

#21 By 3DS@Team on 2011-09-07 08:23

ต้องไปลองหาอ่านบ้างแล้ว...

เป็นแนวที่ตามหามานาน

แฟนตาซีไทยนี่หายากจริงๆ

เป้นกำลังใจให้คนเขียนครับ

(แล้วก็จขบ.ด้วย พึ่งสังเกตพึ้นหลัง...เป็นรูปยักษ์ปะครับเนี่ยยย ฮ่าๆ)confused smile

#22 By I am DangerousFox on 2011-09-10 12:11

ผมชอบ "อภัยมณีซาก้า" ครับ ^__^

Hot! Hot! Hot!

#23 By NUENG on 2011-09-20 08:43